เทคนิคการย้อมสีผมง่าย ๆ ด้วยตนเอง ฉบับผมไม่เสีย! ทำเองได้ใน 9 ขั้นตอน!!

credit by freepik.com

ในช่วงที่ทุกคนต้องกักตัวอยู่ที่บ้าน รวมถึง WFH แล้วด้วยนั้น ปัญหาหนึ่งของสาว ๆ หลายคนเลยคือ ไม่สามารถไปทำผมที่ร้านได้ ไม่ว่าจะสระ ไดร์ ทำสี ทำให้สีผมที่ทำมานานหลายเดือนแล้วนั้นกระดำกระด่าง โคนดำ หรือเปลี่ยนสีไปจากเดิม การเลือกซื้อครีมเปลี่ยนสีผมต่าง ๆ มาทำเองที่บ้านจึงกลายเป็นทางเลือก แต่จะทำสีผมยังไงให้ออกมาสวยเหมือนทำที่ร้านและผมไม่แห้งเสียหรือขาดไปเสียก่อน เรามีเทคนิคการย้อมสีผมด้วยตนเองฉบับผมไม่เสียมาแนะนำทุกคนกันแบบ Step by step ให้สามารถทำตามได้ง่าย ๆ ที่บ้าน

ขั้นตอนที่ 1 : เลือกเฉดสีอย่างระมัดระวัง

credit by freepik.com

เพื่อลดความเสียหายทางออกที่ดีที่สุดอย่างแรกเลยคือ ใช้สีกลางที่เข้ากับผมของคุณมากที่สุด ปกติแล้วสีย้อมชนิดบรรจุกล่องจะแสดงตามลำดับสี ให้เทียบส่วนของผมกับกล่องเพื่อหาสีที่เข้ากัน สำหรับสีย้อมถาวรให้เลือกสีที่เข้มกว่าเล็กน้อยที่คุณต้องการเนื่องจากสีย้อมที่ซื้อมาทำเอง อย่างเช่น ครีมเปลี่ยนสีผมเบอริน่า จะเข้มข้นกว่าสีที่ทำที่ร้าน แต่หากใช้สีย้อมกึ่งถาวร ให้เลือกสีที่สว่างกว่าสีที่คุณต้องการ เพราะมันจะเข้มขึ้นยิ่งหากทิ้งไว้ในเส้นผมนานขึ้น ซึ่งจะปลอดภัยกว่าถ้าเลือกสีที่สว่างกว่าเมื่อเริ่มใช้งาน และหากคุณมีผมที่ยาวหรือหนาอย่าลืมเผื่อด้วยการซื้อ 2 กล่อง

ขั้นตอนที่ 2 : อย่าผสมเฉดสีเอง

เว้นแต่คุณจะเป็นมืออาชีพ ไม่อย่างนั้นไม่แนะนำให้ผสมสีผมหลาย ๆ เฉดเอง เพราะแม้ว่าคุณจะใช้สีเดียวแต่ผลลัพธ์มักจะแตกต่างไปจากภาพในกล่องเล็กน้อย การผสมสีเองอาจทำให้คุณได้สีที่เพี้ยนออกไปจากที่ต้องการ นอกเสียจากว่าคุณจะนึกสนุกกับการผสมสีสันใหม่ ๆ ดังนั้น ทางออกที่ดีที่สุดคือเลือกเฉดสีเดียวและทำตามคำแนะนำในคู่มือการใช้

ขั้นตอนที่ 3 : ปกป้องผิวจากสีย้อม

ก่อนจะเริ่มทำสีผมให้ปกป้องบริเวณหน้าผาก ไรผม จอน และใบหู จากการที่สีย้อมจะเลอะจนล้างออกยาก ด้วยการใช้ไบโอออย หรือปิโตรเลียมเจล ทาตามแนวไรผมทั้งหมดรวมทั้งรอบใบหูก่อนทำสี

ขั้นตอนที่ 4 : เริ่มย้อมผมตอนผมแห้ง

ผู้เชี่ยวชาญด้านสีผมแนะนำให้ย้อมผมเมื่อผมแห้ง เพราะเมื่อผมเปียกน้ำสีย้อมอาจไม่ไปถึงเส้นผมหรือกลายเป็นสีเจือจาง ทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์ แต่ทั้งนี้บางยี่ห้ออาจแนะนำให้ย้อมลงบนผมที่เปียกก่อน ซึ่งเป็นบางผลิตภัณฑ์ ดังนั้นจึงควรอ่านคู่มือหรือข้างกล่องให้ดีก่อนทำ

ขั้นตอนที่ 5 : ย้อมสีผมที่บริเวณโคนผมก่อน

Credit freepik.com

คุณควรเริ่มใช้สีย้อมผมที่โคนผมก่อน เนื่องจากเป็นบริเวณที่มีผมเกิดใหม่และเป็นส่วนที่เสียหายน้อยที่สุดของเส้นผม จึงต้องการสีที่เข้มข้นและเวลาที่มากพอในการเปลี่ยนแปลง โดยใช้สีย้อมให้ห่างจากหนังศีรษะครึ่งนิ้วแล้วไล่ไปจนสุดปลาย ความร้อนจากศีรษะจะทำให้สีเติบโตเร็วขึ้นที่โคนผม และเมื่อย้อมไล่จนมาถึงครึ่งทางของผม ให้กลับไปลงสีย้อมที่โคนอีกครั้ง ถ้าปลายผมของคุณแห้งมากอย่าย้อมสีที่ปลายผมโดยตรง แต่ให้เติมแชมพูสระผมสองหยดลงในสีย้อมที่เหลืออยู่แล้วผสมให้เข้ากัน จากนั้นทาส่วนผสมที่ปลายผม วิธีนี้แชมพูจะทำให้สีย้อมเจือจางลง แต่ก็ยังให้สีและความเงางามได้ นอกจากนี้ควรใช้ชามและแปรงแบบเดียวกับที่ช่างทำผมใช้ เพื่อผสมและทาสีย้อมลงบนเส้นผมโดยไม่เลอะเทอะและให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำขึ้น

ขั้นตอนที่ 6 : กระจายสีย้อมให้สม่ำเสมอ

ไม่ว่าคุณจะเริ่มต้นจากจุดใด ให้ครอบคลุมส่วนหลัก ๆ ทั้งหมดที่ผู้คนจะเห็นเส้นผมบางส่วน วิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้สีที่ออกมาเสมอกันคือการย้อมทีละส่วนเล็ก ๆ โดยแบ่งผมเป็น 4-6 ส่วนเหมือนที่ช่างทำผมทำและใช้กิ๊บติดผมช่วย วิธีนี้ช่วยให้ได้สีที่สม่ำเสมอที่สุด จากนั้นอย่าลืมหวีผมที่เหลือเพื่อให้สีผมกระจายทั่วถึงและหลีกเลี่ยงเอฟเฟกต์สีผมแบบทูโทน

ขั้นตอนที่ 7 : รอให้สีผมเปลี่ยน

Credit : freepik.com

เมื่อย้อมสีผมทั่วทั้งศีรษะเรียบร้อยดีแล้ว ให้หนีบผมขึ้นแล้วคลุมด้วยหมวกอาบน้ำเพื่อป้องกันไม่ให้สีหยดเลอะเทอะ จากนั้น ปล่อยให้สีย้อมซึมเข้าไปในเส้นผมตามเวลาที่ระบุไว้ในคำแนะนำ หรือโดยปกติจะอยู่ระหว่าง 30-45 นาที ระวังอย่าทิ้งไว้นานจนเกินไปหรือทิ้งไว้จนลืม เพราะนอกจากจะทำให้สีที่ออกมาไม่ได้อย่างที่ต้องการแล้ว อาจทำให้ผมของคุณแห้งเสียมากขึ้นอีกด้วยเพราะน้ำยากัดสีผมนานจนเกินไป

ขั้นตอนที่ 8 : ล้างผมด้วยแชมพูที่ปลอดภัยต่อสี

ยืดอายุสีของคุณด้วยแชมพูหรือครีมนวดที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับผมที่ทำสี เช่น แชมพูและครีมนวดผมที่มีคำว่า “Color Protect” “Color-Preserving” หรือ “For Color” บนบรรจุภัณฑ์ เพราะจะช่วยให้มีโอกาสน้อยที่จะสูญเสียสีที่ทำมาออกไป เพื่อให้เฉดสีใหม่ของคุณมีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น

ขั้นตอนที่ 9 : บำรุงผมด้วยครีมนวดและทรีทเมนท์

Credit : freepik.com

หากคุณข้ามขั้นตอนการใช้ครีมนวด จะทำให้เกล็ดผมเปิดออกและสีก็ทำงานต่อไป ทำให้เมื่อสระผมครั้งต่อ ๆ ไปคุณจะมีสีผมสีเข้มกว่าที่คุณต้องการ เพราะฉะนั้น อย่าลืมใช้ครีมนวดผมอย่างล้ำลึกหลังจากย้อมสีผมเสร็จ และใช้ทุกครั้งหลังสระผม รวมถึงใช้ทรีทเม้นท์เคลือบเงาผมสัปดาห์ละครั้งจะช่วยฟื้นฟูสีผมได้ และยังให้ความเงางามแก่ผมให้ดูมีสุขภาพดีอีกด้วย

ทำยังไงหากคุณไม่ชอบสีผมที่ได้

หากสีผมที่ย้อมออกมาเข้มเกินไป ให้ผสมเบกกิ้งโซดาหนึ่งช้อนโต๊ะกับแชมพูที่ให้ความกระจ่าง แล้วชโลมลงบนเส้นผมทิ้งไว้ประมาณ 5 นาทีแล้วล้างออก หรือใช้น้ำมันมะกอกชโลมผมที่เปียกหมาด ห่อด้วยหมวกอาบน้ำแล้ววางผ้าขนหนูอุ่น ๆ คลุมไว้ ความร้อนจะเปิดเกล็ดผมขึ้นเพียงพอที่จะปล่อยให้โมเลกุลของสีย้อมหลุดออกมา จากนั้นให้สระตามด้วยแชมพูปกติโดยเร็ว แต่หากว่าสีที่ได้อ่อนเกินไป คุณจะต้องเพิ่มสีย้อมมากขึ้น และให้เลือกเฉดสีถัดไปที่เข้มกว่าสีที่ทำครั้งแรก และย้อมเฉพาะในบริเวณที่คิดว่าสีอ่อนเกินไป จากนั้นทิ้งไว้ครึ่งเวลาของที่ระบุไว้บนกล่องแล้วล้างออก นอกจากนี้เพื่อให้การทำสีผมออกมาสวยเหมือนทำที่ร้านและไม่แห้งเสีย สามารถทำตามเทคนิคทั้ง 9 ข้อนี้ได้เลย แล้วการทำสีผมเองที่บ้านจะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

Shopee 9.9 Super Shopping Day แคมเปญโปร 9.9 สุดยิ่งใหญ่แห่งปี! มหกรรมสินค้าลดราคาจัดเต็ม เริ่มต้นเพียง 9.- ถูกคุ้มทุกวันตลอดทั้งแคมเปญ! พร้อมรับโปรโมชั่นส่งฟรีขั้นต่ำ 0.- และพิเศษกว่าที่เคย เก็บโค้ดส่วนลดสูงสุดถึง 999.- ช้อปได้กับโปรหลากหลายสุดโดนใจ ช้อปได้แล้วตั้งแต่วันที่ 26 ส.ค. – 9 ก.ย. นี้ที่ Shopee 9.9 Super Shopping Day!

ที่มา : oprahdaily, goodhousekeeping, glamour, allure

 


รู้ทุกเรื่องที่ผู้หญิงต้องการได้ที่นี่ : www.agirlwants.com
Facebook : ผู้หญิงต้องการอะไร
Instagram : agirlwantsdotcom


 

 

You may also like